วันพุธที่ 12 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2557

นิวทริไลท์

คาร์ล เอฟ. เรห์นบอร์ก ผู้ก่อตั้งนิวทริไลท์
เป็นบุคคลแรกที่เชื่อมโยงความสัมพันธ์ระหว่างอาหาร หลากชนิดกับสุขภาพโดยรวมและพลังในการดำเนินชีวิตโดยในปี 1915 ที่ประเทศสาธารณรัฐประชาชนจีน เขาได้ตั้งข้อสังเกตเกี่ยวกับอาหารและวิถีการดำรงชีวิตของชาวจีนท้องถิ่น พบว่าผู้ที่อยู่ใกล้ชิดกับผืนดินและรับประทานผักผลไม้ และธัญพืช ในปริมาณมาก มีแนวโน้มที่จะมีสุขภาพดีกว่าผู้ที่อาศัยในเมืองใหญ่ การค้นพบประโยชน์ของสารอาหารที่สกัดจากพืชหรือที่เรียกว่า “ไฟโตนิวเทรียนท์” ในครั้งนี้จึงเป็นที่มาของการคิดค้นผลิตภัณฑ์เสริมอาหารต่างๆภายใต้แบรนด์ “นิวทริไลท์” ในเวลาต่อมา



ปฎิบัติตามมาตราฐานอย่างเคร่งครัด
1. ส่งเสริมให้มีความหลากหลายของพืชพันธุ์
ฟาร์มจะต้องมีความหลากหลายในด้านองค์ประกอบทางธรรมชาติและพืชพันธุ์ทั้งหมด

2. สร้างดิน
จะต้องมีการสร้างเสริมคุณภาพดินอย่างต่อเนื่องโดยใช้วิธีการแบบชีวภาพที่สมเหตุสมผล

3. ปราศจากการปนเปื้อน
ห้ามใช้ปุ๋ยและยาฆ่าแมลงจากเคมี รวมทั้งพืชที่มีการดัดแปลงพันธุกรรม

4. สร้างความมั่นใจถึงความสามารถในการตรวจสอบกลับ
ความบริสุทธิ์ของผลิตภัณฑ์จะรับประกันได้ด้วยการตรวจสอบกลับถึงผลิตภัณฑ์และส่วนผสมที่ใช้ในการแปรรูปทั้งหมด ตั้งแต่การงอกของเมล็ดพืชไปจนถึงการเก็บเกี่ยว

5. สร้างสภาพแวดล้อมทางสังคมที่แข็งแกร่ง
ชุมชนโดยรอบฟาร์มจะต้องได้รับการพัฒนาและเติบโตไปด้วยกัน











มีเทคโนโลยีเป็นของเราเอง




วันอังคารที่ 11 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2557

อาหารเสริม สิ่งจำเป็นสำหรับคนที่รักสุขภาพ

อาหารเสริม สิ่งจำเป็นสำหรับคนที่ดูแลสุขภาพ

พบกับเหตุผลที่ว่า ทำไมคุณจำเป็นต้องกิน อาหารเสริม ทำไมคนทั่วไปถึงไม่ชอบอาหารเสริม รวมถึงวิธีการเลือกซื้ออาหารเสริมอย่างถูกวิธี และหากคุณไม่อยากกินอาหารเสริม คุณจำเป็นต้องปฏิบัติตนอย่างไร และวิธี Detox ลำไส้ง่ายๆ ใน 5 วัน

ทำไมต้องกินอาหารเสริม

หลายต่อหลายคนคงมีข้อสงสัยว่า ทำไมเค้าจำเป็นต้องกินอาหารเสริมด้วย ในเมื่อเค้าก็กินอาหารอย่างถูกสุขลักษณะ สดใหม่ และครบ 5 หมู่ ดื่มน้ำก็วันละ 8 แก้ว ตามที่กระทรวงสาธารณสุขบอก ออกกำลังกายบ้างเป็นครั้งคราว นอนหลับพักผ่อน ก็มากกว่าคืนละ 6 ชั่วโมง แล้วทำไมต้องกินอาหารเสริมด้วยล่ะ
แต่ผู้คนกลุ่มนั้น ก็ลืมคิดไปว่า ถึงจะกินอาหารครบ 5 หมู่ แต่ก็เป็น ข้าวกระเพราหมู ใส่ไข่ดาว กับผลไม้ดอง หรือข้าวผัดกุ้ง กับกล้วยทอด สิ่งที่เราอยากจะถามคนกลุ่มนั้น คือ อาหารที่ว่ามานี้ ซึ่งเป็นเมนูยอดนิยม สำหรับคนทำงานออฟฟิตทั้งหลาย ว่าแม้มันจะครบ 5 หมู่ แต่มันได้สัดส่วนที่ ร่างกายของเราต้องการ ในแต่ละวันหรือเปล่า
ถ้าดูจากในรูป ซึ่งเป็นสัดส่วนอาหาร ที่ร่างกายต้องการในแต่ละวัน แนะนำโดยรัฐบาลอังกฤษ ก็จะพบว่า ร่างกายเราต้องการอาหาร ในสัดส่วนดังนี้ คาร์โบไฮเดรต จากอาหารจำพวก ข้าว แป้ง น้ำตาล ประมาณ 3 ส่วน วิตามินและเกลือแร่ จากอาหารจำพวก ผัก และผลไม้ต่างๆ ประมาณ 4 ส่วน และโปรตีน จากอาหารจำพวก เนื้อสัตว์ และผลิตภัณฑ์จากนม ประมาณ 3 ส่วน

แต่สิ่งที่ คนในวัยทำงาน หรือแม้แต่วัยรุ่นที่ชอบกินอาหารจานด่วนทั้งหลาย ชอบกินอยู่เสมอๆ มักจะเป็น สัดส่วนแบบว่า แป้ง 7 ส่วน ผักและผลไม้ 1 ส่วน และเนื้อสัตว์ 2 ส่วน ฉะนั้น หากเราไม่หลอกตัวเอง อาหาร 5 หมู่ที่เรากินเข้าไปนั้น ไม่ได้เหมาะสมกับสภาพร่างกายของเราเลย เพราะวันๆ หนึ่ง เรากินข้าวเยอะ เนื้อสัตว์น้อย ส่วนใยอาหารนี่ เรียกได้ว่า โครตน้อยก็ว่าได้
จึงไม่น่าแปลกใจเลยที่ พอเราอายุมากขึ้น หรือตั้งแต่หลัง 30 เป็นต้นไป สิ่งที่เราจะตรวจพบ ในผลการตรวจร่างกายของเรา ก็คือ น้ำตาลเกิน จากการกินของหวาน หรือดื่มน้ำอัดลม คลอเรสเตอรอล และไตรกลีเซอลไรด์เกิน จากการกินอาหารทอดๆ มันๆ ค่าตับมีปัญหา จากการดื่มเหล้า เบียร์ ที่มากเกินไป

สิ่งเหล่านี้ ทำให้คนที่ขึ้นเลข 3 มักจะมีน้ำหนักมากเกิน หรือจะเรียกว่าอ้วนก็ได้ และมีความเสี่ยงที่จะเป็น โรคเสื่อมต่างๆ ถามหา เช่น เบาหวาน ไขมันอุดตันในเส้นเลือด ความดันโลหิตสูง โรคหัวใจ โรคตับ หรือแม้แต่ ความเสี่ยงที่จะเกิดโรคมะเร็ง ในอนาคต
ด้วยความที่มันยากมาก สำหรับการใช้ชีวิตที่เร่งรีบ แล้วจะกินอาหารได้ตามสัดส่วนที่เหมาะสม อาหารเสริมจึงเข้ามามีบทบาท ที่จะช่วยเติมเต็ม และปรับสมดุล ให้กับอาหารที่เรากินเข้าไป ในแต่ละวัน

ซึ่งเมื่อเรากินอาหารเสริม ร่วมกับอาหารที่กินตามปกติ ก็จะช่วยให้ เราลดความเสี่ยง ที่จะเกิดโรคเสื่อมต่างๆ ตามที่กล่าวมาข้างต้น หากไม่กินอาหารเสริมแล้ว เราอาจจะได้มีประสบการณ์ เหมือนคำกล่าวที่ว่า “วันนี้ดูดีจากภายนอก แต่ไม่รู้จะมีอะไรงอกจากภายใน” ก็เป็นได้

ทำไมคนทั่วไปถึงไม่ชอบ อาหารเสริม

ในความรู้สึกของคนทั่วไป มักจะมองว่า อาหารเสริมกับยา เป็นสิ่งเดียวกัน และคิดว่าอาหารเสริมช่วยรักษาโรคได้ หรือมีมุมมองบางอย่างที่ผิด เช่น อาหารเสริมก็คงเหมือนกับยา ที่กินเยอะแล้วไม่ดี มันจะสะสมในร่างกาย หรือทำให้ร่างกายมีปัญหา แต่ที่จริงแล้ว มันแตกต่างกันอย่างสิ้นเชิง
  • ความเชื่อที่ 1 ไม่เห็นต้องกินอาหารเสริมเลย เพราะถ้าป่วยก็กินยาได้
    แท้จริงแล้ว การกินยา ก็ไม่ต่างอะไรกับ สิ่งที่สุภาษิตไทยบอกไว้ว่า “วัวหายล้อมคอก” จะเห็นได้ว่า เราจะกินยา เมื่อเราป่วย หรือไม่สบาย แต่ถ้าเราสบายดี ก็คงจะไม่กินยา แล้วทำไมเราถึงไม่ทำร่างกายให้แข็งแรง เพื่อที่จะได้ไม่ต้องมากินยา เพื่อรักษาอาการป่วยของเราภายหลัง
ซึ่งก็หมายถึง มันคงจะดีกว่า หากเราทานอาหารเสริมอย่างสม่ำเสมอ เพื่อให้ร่างกายของเราแข็งแรงห่างจาก โรคเสื่อมต่างๆ และมีร่างกายที่สมดุล
  • ความเชื่อที่ 2 อาหารเสริมเหมือนกับยา กินเยอะไม่ดี ทำให้ร่างกายมีปัญหา
    การที่อาหารเสริม จะได้รับการขึ้นทะเบียนได้นั้น จำเป็นต้องมีการทดสอบจากหน่วยงานรัฐ ที่มีลักษณะเดียวกับ FDA ในสหรัฐ อย. ในประเทศไทย หรือหน่วยงานที่มีลักษณะเดียวกัน ในประเทศนั้นๆ ว่าการรับประเทานเข้าไปในปริมาณมาก จะไม่ทำให้เป็นพิษต่อร่างกาย ถึงขนาดที่ว่า ต้องกินวันหนึ่งหลายร้อยเม็ด ถึงจะทำให้ร่างกายมีปัญหา จึงจะนำมาขึ้นทะเบียนเป็นอาหารเสริมได้ แต่ถ้ายานั้น กินเยอะไม่ได้ ต้องมีการบ่งชี้ว่า ใช้ได้ไม่เกินเท่าไหร่ต่อครั้ง
ซึ่งก็หมายถึง อาหารเสริมกินแล้ว ไม่เป็นอันตรายต่อร่างกาย กินเยอะก็ไม่เป็นไร ไม่ทำให้ร่างกายมีปัญหา ต่างจากยา ที่กินเยอะไม่ได้ ต้องกินตามหมอสั่ง หรือระบุไว้ที่ฉลากยา

วิธีการเลือกซื้อ อาหารเสริม เบื้องต้น

หลังจากที่ ได้เห็นความจำเป็น ในการกินอาหารเสริมไปแล้ว แล้วอาหารเสริมแบบไหนที่เราควรกิน เราควรจะเลือกซื้ออาหารเสริมตัวไหน ที่มันจะดีต่อสุขภาพเราจริงๆ
1. อาหารเสริมต้องไม่ใช่ยา
ต้องสังเกตให้ดี อย่าหลงกลคำโฆษณาชวนเชื่อ ของอาหารเสริมยี่ห้อใดยี่ห้อหนึ่งง่ายๆ บางครั้งสิ่งที่อาหารเสริมบางยี่ห้อ เอามาขาย อาจจะไม่ใช่อาหารเสริมก็ได้ แต่ว่าเป็นยา เพราะว่าที่ฉลากมีการบ่งบอกอย่างชัดเจน ว่ามันคือยา และห้ามกินเกินกี่เม็ดต่อวัน ถ้าซื้อสิ่งที่เป็นยา มาใช้แทนอาหารเสริม และเผลอกินเข้าไป มากกว่าที่ระบุไว้ที่ฉลาก จะเป็นอันตรายต่อร่างกาย อาจะถึงตายได้
2. อาหารเสริมควรเป็นสารสกัดจากธรรมชาติ
สารสังเคราะห์ ยังไงก็สู้สารสกัดจากธรรมชาติไม่ได้ เพราะเราไม่มีทางรู้ได้เลยว่า เค้าเอาสารสังเคราะห์มาจากไหน อาจจะบดมากจากหินก็ได้ และสารสังเคราะห์ยังมีโอากส ที่จะทำให้ร่างกายเป็นนิ่ว และยังดูดซึมได้ไม่เต็มที่ เท่ากับสารสกัดจากธรรมชาติ ถ้าเรากินอาหารเสริม ที่ทำมาจากสารสังเคราะห์ มันก็ไม่ต่างอะไรกับ การกินยาซักเท่าไหร่เลย
3. อาหารเสริมควรจะไม่มีสารพิษตกค้าง
แม้เราจะเลือก อาหารเสริมที่ไม่ใช่ยาแล้ว และยังเลือกตัวที่เป็นสารสกัดจากธรรมชาติ แต่ก็อาจจะยังไม่เพียงพอ หากอาหารเสริมที่เราเลือก ไม่สามารถให้ความมั่นใจกับเราได้ว่า มันจะไม่มีสารพิษตกค้าง หลงเหลืออยู่ หากอาหารเสริมที่เราเลือก มีสารพิษตกค้างแล้ว แทนที่มันจะดีต่อร่างกายเรา มันจะกลายเป็นสิ่งที่ร้ายกาจ และทำลายร่างกายเรา แทนที่เราจะได้รับประโยชน์ จากอาหารเสริม อย่างเต็มที่ กลับต้องมามีสารพิษสะสมในร่างกาย คงจะไม่ดีอย่างแน่นอน

หากไม่อยากกินอาหารเสริม จะทำอย่างไรดี

สุดท้ายนี้ มีคำแนะนำ 5 ข้อ สำหรับผู้ที่ไม่อยากกินอาหารเสริม หากทำได้ครบทุกข้ออย่างเคร่งครัด อาหารเสริมอาจจะเป็นส่วนเกินในชีวิตก็ได้ แต่ถ้าทำไม่ได้ครบ 5 ข้อนี้ อาหารเสริมจะช่วยเติมเต็มในสิ่งที่ขาดได้

1. พักผ่อนให้เพียงพอ
ารพักผ่อนให้เพียงพอในที่นี้ ไม่ใช่แค่เพียงนอนหลับวันละ 6 ชั่วโมงต่อวัน เท่านั้น  เรายังจำเป็นที่จะต้องนอนก่อนเที่ยงคืน ให้ได้อีกด้วย เพื่อที่ร่างกายจะได้หลั่ง Growth Hormone มาเพื่อซ่อมแซมส่วนที่สึกหรอ ในร่างกายของเราได้อย่างเต็มที่
2. ปั่นน้ำผักกินเอง
สิ่งที่คนทั่วไปมักจะขาด คือ ได้รับใยอาหาร และวิตามิน กับเกลือแร่ น้อยเกินไป ทางออกที่ดีที่สุด หากไม่กินอาหารเสริม คือ การปั่นน้ำผักกินเอง แบบไม่แยกกาก และต้องเป็นผักหลากหลายสี เพื่อให้เราได้รับสารที่มาจากสีสันของผักต่างๆ เช่น คลอโรฟีลล์ หรือเบต้า แคโรทีน อย่างเต็มที่ และหลีกเลี่ยงการดื่มผลไม้ปั่น เพราะจะทำให้ได้รับน้ำตาลมากเกินไป
3. ดื่มน้ำให้เพียงพอ
ดื่มน้ำให้เพียงพอนั้น ไม่ใช่แค่เพียงดื่มน้ำวันละ 8 แก้ว อย่างที่เราเคยเรียนมาตั้งแต่เด็ก แต่เราต้องแบ่งดื่ม ครั้งละ 1-2 แก้ว โดยเฉพาะระหว่างมื้ออาหาร ซึ่งแพทย์แนะนำให้ดื่มน้ำไม่เกิน 400 มิลลิลิตร ต่อมื้อ (รวมน้ำที่อยู่ในอาหารด้วย) เพราะจะทำให้น้ำย่อยเจือจาง และย่อยอาหารได้ช้าลง อาจทำให้เกิดอาการอาหารไม่ย่อย หรือมีแก๊สในกระเพราะอาหารได้
4. ออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอ
คำว่าสม่ำเสมอ ในที่นี้ ก็ยังมีการบ่งชี้ว่า ต้องออกกำลังกายแบบแอโรบิก หรือพวกปั่นจักรยาน วิ่ง ว่ายน้ำ วันละ 30 นาที 5 วันต่อสัปดาห์ และออกกำลังกายแบบยกเวท วันละ 30 นาที 2 วันต่อสัปดาห์ หากออกกำลังกายได้น้อยกว่านี้ ก็ยังถือว่าออกกำลังกายได้อย่างไม่เต็มที่
5. ขับถ่ายช่วงเวลา ตี 5 ถึง 7 โมงเช้า ทุกวัน

อาหารเสริม

อาหารเสริม   คือ   ผลิตภัณฑ์ที่ใช้รับประทานเพื่อเสริมการรับประทานอาหารหลัก ซึ่งอาจอยู่ในรูปของเม็ด เกล็ด ผง แคปซูล ของเหลว หรือลักษณะอื่น ๆ ก็ได้ ที่ใช้รัปบระทานโดยตรงนอกเหนือไปจากการรับประทานอาหารหลัก ตามปกติทุกวัน
โดยมีจุดมุ่งหมายสำหรับผู้ที่มีสุขภาพปกติ ไม่ใช่สำหรับผู้ป่วย และเพื่อเป็นการป้องกันการเกิดโรคต่างๆ
ข้อสำคัญการรับประทานอาหารเสริม ให้ได้ผลดีที่สุด คือ ควรเลือกอาหารเสริมให้ถูกชนิดและเหมาะสมกับอายุ สภาพร่างกาย สภาพการดำเนินชีวิตและสภาวะแวดล้อมของผู้ที่รับประทาน


อาหารที่มาเพิ่มเติมหรือเติมเต็มกับอาหารหลักๆที่เรารับประทานในแต่ละวัน ซึ่งเราอาจจะขาดอาหารอย่างใดอย่างหนึ่ง ดังนั้นจึงต้องเพิ่มอาหารเสริมเข้าไป เพื่อให้ร่างกายได้รับสารอาหารครบตามความต้องการ การบริโภคอาหารมิใช่จะคำนึงถึงแต่ความอร่อยเพียงอย่างเดียว คุณค่าเป็นสิ่งสำคัญที่ต้องตระหนัก กินอะไร ? กินอย่างไร ? จึงจะเป็นการ "กินอย่างฉลาด".. "กินอาหารหลากหลายให้ครบ 5 หมู่ กินข้าวเป็นหลัก กินผักให้มาก ผลไม้ประจำ เน้นปลามากกว่าเนื้อสัตว์ ไขมันพอประมาณ น้ำตาลพอควร หลีกเลี่ยงรสเค็ม.. "นี้เป็นส่วนหนึ่งของข้อปฏิบัติในการบริโภคอาหารเพื่อโภชนาการที่ดีของคนไทย แต่ด้วยพฤติกรรมการบริโภคที่เปลี่ยนไปได้รับสารอาหารไม่สมดุล ก่อให้เกิดโรคความดันโลหิตสูง หัวใจขาดเลือด ไขมันในเลือดและอื่นๆ อาหารเสริมสุขภาพจึงได้รับความนิยมจากผู้บริโภคมากขี้น
อาหารเสริมสุขภาพ คืออะไร?
อาหารเสริมสุขภาพ จัดเป็นผลิตภัณฑ์ เสริมอาหารหรือ Dietary supplement products ซึ่งหมายถึง ผลิตภัณฑ์ที่ใช้รับประทานโดยตรง นอกเหนือจากการรับประทานอาหารหลัก ตามปกติมักจะอยู่ในลักษณะเป็นเม็ด แคปซูล ผง เกล็ด ของเหลว หรือลักษณะอื่น มีจุดมุ่งหมายสำหรับบุคคลทั่วไปที่มีสุขภาพปกติ (มิใช่สำหรับผู้ป่วย) เช่น น้ำมันปลาแคปซูล ใยอาหารอัดเม็ด ใยอาหารผงสำหรับชงหรือโรยอาหาร เป็นต้น

ผลิตภัณฑ์อาหารเสริมสุขภาพมีกี่ประเภท
พอจะจัดกลุ่มของอาหารเสริมสุขภาพที่มีจำหน่ายในท้องตลาด หรือ จำหน่ายโดยตรงแก่ผู้ซื้อ โดยแบ่งตามคุณสมบัติ และประสิทธิภาพเด่นๆ ดังนี้ :-
1.  อาหารบำรุงสุขภาพ จะเป็นพวกที่อวดอ้างสรรพคุณว่าเป็นอาหารบำรุงร่างกาย รับประทานแล้วมีสุขภาพดี ราคาค่อนข้างแพง อาทิเช่น รังนก โสม หูฉลาม ซุปไก่สกัด เป็นต้น
2.  อาหารป้องกันและรักษาโรค ตัวอย่างเช่น น้ำมันดอกอิฟนิ่งพริมโรส (Evening primrose oil) น้ำมันปลา เลซิทิน นมผึ้ง สาหร่ายคลอเรลล่า
3.  อาหารลดน้ำหนัก สำหรัยผู้เป็นโรคอ้วน อาหารประเภทนี้ จะเพิ่มประมาณ บริโภคแล้วอิ่ม ไม่ให้คุณค่าทางอาหาร ตัวอย่างเช่น ผลิตภัณฑ์จากบุก เมล็ดแมงลัก guagum
4.  อาหารเสริมนักกีฬา มีสารอาหารที่ให้พลังงานอย่างรวดเร็ว อย่างเช่น เครื่องดื่มเกลือแร่ชนิดต่างๆ
5.  ผลิตภัณฑ์ที่เสริม หรือเติมสารอาหาร (fortifiaction) บางชนิดให้มากขึ้น เช่น ใยอาหาร(dietary fiber) แคลเซียม เพื่อเป็นทางเลือกแก่ผู้คนบางกลุ่มที่ได้รับสารอาหารบางชนิดไม่เพียงพอต่อความต้องการของร่างกาย  

อาการน่าเป็นห่วงเมื่อสุขภาพขาดสมดุล (Good Food Good Life)

      อาการน่าเป็นห่วงเมื่อสุขภาพขาดสมดุล
      คุณเคยสังเกตไหมว่า ทำไมอยู่ ๆ คุณ หรือสมาชิกในครอบครัวถึงรู้สึกมีอาการไม่สบายขึ้นมา มีอาการแปลก ๆ ทั้ง ๆ ที่ก็ไม่ได้เจ็บป่วยเป็นโรคอะไร …
      นั่นแหละค่ะ อาการแปลก ๆ หลายอย่างก็คือสัญญาณเตือนให้เรารู้ว่า สุขภาพตอนนี้เกิดความไม่สมดุลขึ้นแล้วนะ ซึ่งความไม่สมดุลนี้ ส่วนใหญ่มักจะเกิดมาจากจิตใจมากกว่าเกิดจากสาเหตุของร่างกายจริง ๆ โดยเฉพาะอย่างยิ่งความเครียด ที่เป็นสาเหตุตัวร้ายที่จะส่งผลให้เกิดความผิดปกติกับร่างกายได้ง่าย และมากที่สุด ที่เรียกว่า ใจป่วย-กายป่วย เพราะร่างกายกับจิตใจนั้นสัมพันธ์กันเป็นหนึ่งเดียว
      เมื่อเวลาที่เกิดความเครียดมาก ๆ ไม่ว่าจะเป็นเรื่องครอบครัว เรื่องลูกติดเกมส์ สามีติดกิ๊ก งานไม่รุ่ง หมุนเงินไม่ทัน หรือแม้กระทั่งข่าวการเมืองชวนปวดหัว และเรื่องต่าง ๆ อีกสารพัดจะถาโถมเข้ามาในชีวิต ทำให้เกิดการสะสมความเครียดขึ้นโดยไม่รู้ตัว ธรรมชาติของร่างกายก็จะหลั่งฮอร์โมนต่าง ๆ ออกมา ทำให้หัวใจเต้นเร็ว หายใจเร็ว ความดันโลหิตเพิ่มขึ้น การย่อยอาหารช้าลง เกิดน้ำตาลเข้าสู่กระแสเลือดมากขึ้น หรือเหงื่อออกมากขึ้น และหากความเครียดยังคงอยู่เรื้อรังยาวนาน ก็อาจเกิดโรคทางจิตใจ และร่างกายตามมามากมายสารพัดอย่างที่จะเกิดขึ้นได้
      เมื่อร่างกายขาดสมดุลขึ้นแล้ว ร่างกายกับจิตใจจะส่งสัญญาณเป็นอาการเตือนต่าง ๆ ทำให้รู้ตัวว่า เริ่มจะไม่สมดุลกันถึงขั้นรุนแรงแล้วนะ ต้องรีบแก้ไขด่วนมิเช่นนั้นจะผันแปรเป็นโรคต่าง ๆ ได้ โดยที่คุณต้องสังเกตตัวเองหรือคนที่คุณรักว่า
      มีความวิตกกังวล หงุดหงิด อารมณ์เสียง่าย ควบคุมอารมณ์ตัวเองยากขึ้น
      ปวดศีรษะ มึนงง ตึ๊บ ๆ สมองไม่โล่ง 
      ตื่นเต้น ตกใจง่ายมากอย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อน
      หลับไม่สนิท ฝันร้าย หรือในทางกลับกัน ก็หลับทั้งวัน ง่วงนอนตลอดเวลา นอนเท่าไหร่ก็ไม่พอ
      เบื่ออาหาร ไม่อยากรับประทานอะไร แต่บางคนก็มีอาการตรงข้ามคือ รับประทานแหลกเลยทีเดียว 
      ใจสั่น 
      หายใจไม่อิ่ม ถอนหายใจบ่อย ๆ แบบไม่รู้ตัวเอง
      ท้องผูก หรือท้องเสีย ท้องอืด ท้องเฟ้อ 
      ปวดต้นคอ หรือไหล่ ปวดเมื่อยตามตัว 
      เหนื่อยง่าย รู้สึกอ่อนเพลียบ่อย ๆ
      ไม่มีสมาธิ ทำงานได้ไม่มีประสิทธิภาพเหมือนเดิม 
      ประจำเดือนไม่ปกติ เดี๋ยวเลื่อนเดี๋ยวเร็ว เอาแน่นอนไม่ได้
      สมรรถภาพทางเพศลดลง
      หากมีอาการเตือนเหล่านี้เกิดขึ้นแล้ว ทางออกก็คือ จะต้องเร่งหาวิธีคลายเครียดตัวต้นเหตุของอาการเหล่านี้โดยด่วนค่ะ ก่อนที่โรคต่าง ๆ จะถามหา ควรคิดว่าปัญหาทุกอย่างมีไว้แก้ ไม่ได้มีไว้แบกนะคะ ทุกปัญหาย่อมมีทางออกเสมอ ถึงเวลาแล้วที่จะต้องดูแลสุขภาพ และใส่ใจกับคนที่คุณรักกันแล้วสัญญาณเตือน...เมื่อสุขภาพขาดสมดุล ต้องรีบดูแล

อาหารหลัก 5 หมู่

อาหารหลัก 5 หมู่ แต่ละหมู่มีอะไรสำคัญอย่างไร

อาหาร 5 หมู่   เราต่างก็รู้ว่ามีความจำเป็นต่อการเลือกรับประทานอาหารในทุกๆวัน แต่เชื่อเถอะว่าหลายคนยังจำหรือแยกไม่ได้ท่องได้ไม่ครบ 5 หมู่ หรือคืนครูไปหมดแล้ว วันนี้ทางเราจึงได้ทำการพูดถึงเรื่องอาหาร 5 หมู่สักหน่อย ว่ามีอะไรบ้างและมีประโยชน์อย่างไร ไปดูกันเลย
1.โปรตีน เนื้อสัตว์ ไข่ นม ถั่ว โปรตีน ถือว่าเป็นธาตุอาหารที่สำคัญที่สุดในร่างกาย ช่วยให้ร่างกายเจริญเติบโต ซ่อมแซมส่วนที่สึกหรอ โปรตีน เป็นสารอินทรีย์ ซึ่งเป็นโพลิเมอร์ของ สายยาวของกรดอะมิโน (amino acid) ในแง่โภชนาการ โปรตีนเป็นสารอาหาร ที่ให้พลังงาน โปรตีน 1 กรัมให้พลังงาน 4 แคลอรี (calorie) โปรตีนเป็นส่วนประกอบของร่างกาย ที่มีปริมาณมากเป็นอันดับสองรองจากน้ำ โดยเป็นส่วนประกอบพื้นฐานของเซลสิ่งมีชีวิต เช่น เอนไซม์ (enzyme) ฮอร์โมน ซึ่งจำเป็นต่อการทำงาน และการดำรงชีวิต มีความสำคัญต่อการเจริญเติบโตและการเสริมสร้างเนื้อเยื่อส่วนที่สึกหรอของสัตว์
ประโยชน์ของโปรตีน : ช่วนในการเจริญเติบโต ซ่อมแซมส่วนที่สึกหรอ สร้างกระดูก กล้ามเนื้อ น้ำย่อย ฮอร์โมน
- ประโยชน์ต่อเซลล์ผิว มีหน้าที่สร้างใยคลอลาเจนใต้ชั้นผิวหนังในร่างกาย ช่วยให้ผิวมีความยืดหยุ่น และช่วยเชื่อมประสานแต่ละเซลล์ให้ยืดติดกันเป็นเนื้อเดียว ทั้งช่วยปกป้องริ้วรอยก่อนวัยได้ และยังช่วยเพิ่มความแข็งแรงของเซลล์ผมและเล็บของเราอีกด้วย
- ประโยชน์ต่อระบบกล้ามเนื้อ กล้ามเนื้อทุกมัดมีโครงสร้างพื้นฐานจากกรดอะมิโนหลากหลายชนิดเรียงร้อยกันเป็นมัดกล้าม ดังนั้นโปรตีนคุณภาพจึงมีความสำคัญในการสร้ามเนื้อให้แข็งแรง
- ประโยชน์ต่อการฟื้นตัวของร่างกายและระบบภูมิต้านทาน โปรตีนคุณภาพมีส่วนช่วยในการทดแทนเซลล์ที่สูญเสียไปในแต่ละวัน ช่วยลดกลไกการแข็งตัวของเลือด รวมทั้งเป็นส่วนประกอบหลักของภูมิคุ้มกันในร่างกายด้วย
- ประโยชน์ต่อระบบย่อยอาหาร เนื่องจากอาหารที่เราทานเข้าไป ต้องใช้เอนไซม์หลายชนิด รวมถึงสารคัดหลั่งจากกระเพาะอาหาร ตับอ่อน และลำไส้เล็ก เพื่อช่วยแปรเปลี่ยนอาหารให้มีหน่วยเล็กลงและสามารถดูดซึมได้ง่าย หากร่างกายได้รับโปรตีนคุณภาพซึ่งเป็นส่วนประกอบของเอนไซม์ในปริมาณที่เพียงพอ ก็จะช่วยให้อาหารต่างๆ ถูกย่อยและดูดซึมเข้าสู่ร่างกายได้อย่างมีประสิทธิภาพ
ตัวอย่างอาหารที่ให้โปรตีน
พืชสังเคราะห์โปรตีนได้จากไนโตรเจน ส่วนคนและสัตว์ชั้นสูงอาศัยกรดอะมิโนที่ได้รับจากอาหาร แหล่งอาหารโปรตีนที่สำคัญของมนุษย์และสัตว์ ได้แก่ เนื้อสัตว์ (meat) นม (milk) ไข่ (egg) ถั่ว (legume) เช่น ถั่วเหลือง เมล็ดธัญพืช (cereal grain) นอกจากนี้ จุลินทรีย์ เช่น ยีสต์ สาหร่าย เห็ดหนอน แมลงที่กินได้ก็เป็นแหล่งของโปรตีนที่ดี

2.คาร์โบไฮเดรต ข้าว แป้ง น้ำตาล เผือก มัน คาร์โบไฮเดรต (carbohydrate) คือ สารประกอบอินทรีย์ เป็นสารอาหารที่เป็นแหล่งพลังงานที่สำคัญของมนุษย์ คาร์โบไฮเดรต 1 กรัม ให้พลังงานเท่ากับ 4 แคลอรี (calorie)
ประโยชน์ของคาร์โบไฮเดรต
- ให้พลังงานและความร้อน  (  1  กรัม  ให้พลังงาน 4 แคลอรี่ )
- ช่วยสงวนโปรตีนให้ร่างกายนำไปใช้ในทางที่เป็นประโยชน์มากที่สุด
- คาร์โบไฮเดรตที่เหลือใช้   เปลี่ยนเป็นไขมันสะสมในร่างกายได้
ตัวอย่างอาหารที่ให้คาร์โบไฮเดรต
ได้แก่ เมล็ดธัญพืชแป้ง สตาร์ซ น้ำตาลข้าว ขนมปัง ข้าว

3.เกลือแร่หรือแร่ธาตุ เป็นสารอาหารอีกประเภทหนึ่งที่ร่างกายต้องการและขาดไม่ได้เพราะแร่ธาตุบางชนิดเป็นส่วนประกอบของอวัยวะและกล้ามเนื้อบางอย่าง  เช่น  กระดูก  ฟัน  เลือด  บางชนิดเป็นส่วนของสารต่าง ๆ ที่เกี่ยวกับการเจริญเติบโตในร่างกาย เช่น ฮอร์โมน  เฮโมโกลบิน  เอนไซม์  เป็นต้น  นอกจากนี้แร่ธาตุยังช่วยในการควบคุมการทำงานของอวัยวะต่าง ๆ ของร่างกายให้ทำหน้าที่ปกติ  เช่น  ควบคุมการทำงานของกล้ามเนื้อและระบบประสาท  การแข็งตัวของเลือด  และช่วยควบคุมสมดุลของน้ำในการไหลเวียนของของเหลวในร่างกาย

ประโยชน์ของแร่ธาตุ
ช่วยในเรื่อง ความแข็งแรงของกล้ามเนื้อ ฟัน ช่วยทำให้ผิวพรรณสดใส ช่วยให้ระบบการย่อย และการขับถ่ายเป็นปกติ
ตัวอย่างอาหารที่ให้แร่ธาตุ
พืช ผัก ชนิดต่างๆ
4.วิตามิน เป็นสารอาหารที่ร่างกายของเราต้องการในปริมาณน้อย แต่ก็ไม่สามารถขาดได้ ถ้าขาดจะทำให้ระบบร่างกายของเราผิดปกติ หรือเกิดโรคต่างๆได้ วิตามินแบ่งออกเป็น 2 พวก ได้แก่
- วิตามินที่ละลายในน้ำ ได้แก่ วิตามินซี และวิตามินบีรวม
- วิตามินที่ละลายในไขมัน ได้แก่ วิตามิน เอ ดี อี เค

ประโยชน์ของวิตามิน
บำรุงสุขภาพของผิวหนังให้สดชื่น  บำรุงสุขภาพปาก  เหงือก  และฟัน ช่วยให้ระบบการย่อยและการขับถ่ายเป็นปกติ
ตัวอย่างอาหารที่ให้วิตามิน
ผลไม้ชนิดต่างๆ
5.ไขมัน ที่ให้พลังงานที่มีส่วนประกอบหลักคือที่ไตรกลีเซอไรด์ (triglyceride) ไขมัน 1 กรัมให้พลังงาน 9แคลอรี (calorie) ขณะที่โปรตีน และคาร์โบไฮเดรท ให้พลังงาน 4 แคลอรี
ประโยชน์ของไขมัน
พลังงานและให้ความอบอุ่นแก่ร่างกาย ช่วยในเรื่องการดูดซึมของวิตามินที่ละลายในไขมัน  ได้แก่  วิตามินเอ  วิตามินอี  วิตามินดี  และวิตามินเค  นอกจากนี้ไขมันยังช่วยในการป้องกันการกระทบ กระเทือนของอวัยวะภายในอีกด้วย

ตัวอย่างอาหารที่ให้ไขมัน
- ไขมันเป็นอาหารสำคัญที่มีความจำเป็นต่อร่างกายและเป็น 1 ในอาหาร 5 หมู่ ที่มีประโยชน์ นอกเหนือจากโปรตีน คาร์โบไฮเดรท วิตามินและเกลือแร่
- ไขมันช่วยในการดูดซึมของวิตามินที่ละลายในไขมัน (Fat soluble Vitamins) เช่น วิตามินเอ วิตามินดี วิตามินอี และวิตามินเค ซึ่งมีประโยชน์ต่อร่างกาย
- ไขมันให้พลังงานแก่ร่างกายที่สูงที่สุดคือ 9 แคลอรี่ต่อ 1 กรัมของไขมัน ช่วยทำให้ร่างกายมีพลังงานที่จะทำงานและประกอบกิจวัตรประจำวัยได้ตามปกติ
- ไขมันช่วยปกป้องและกันความร้อน รวมทั้งคอยควบคุมอุณหภูมิของร่างกายให้คงที่ โดยทำหน้าที่เป็นฉนวนกันความร้อน (Thermal Insulator) ของเนื้อเยื่อใต้ผิวหนังและอวัยวะที่อยู่ภายในร่างกาย
- ไขมันช่วยเป็นเสมือนกันชนให้ร่างกาย คือช่วยป้องกันการกระเทือนของอวัยวะภายในร่างกาย ที่เกิดจากแรงกระแทกหรือการเคลื่อนไหวอย่างแรงของร่างกาย ซึ่งคอยป้องกันการบาดเจ็บของอวัยวะภายในร่างกาย
- ไขมันเป็นส่วนประกอบสำคัญของเนื้อเยื่อประสาทนั่นคือ เส้นประสาทของคนเราจะมีไขมันเป็นส่วนประกอบในอัตราที่สูง โดยเฉพาะจะหุ้มเส้นประสาท ช่วยในการป้องกันเส้นประสาทให้ทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ เมื่อถูกสั่งจากสมองไปยังกล้ามเนื้อและอวัยวะต่างๆ ของร่างกาย
- ไขมันเมื่อรวมกับโปรตีนก็คือ ไลโปโปรตีน (Lipoproteins) จะเป็นส่วนประกอบสำคัญของเซลล์ต่างๆ โดยเฉพาะผนังเซลล์และไมโตคอนเดรีย ส่วนนี้มีประโยชน์สำหรับคนเรามาก เพราะร่างกายของเราประกอบเป็นตัวตนด้วยเซลล์หลายๆ ล้านเซลล์ และเซลล์ของร่างกายเรา จะผลิตทุกวันเพื่อซ่อมแซมส่วนที่สึกหรอ นั่นคือ ถ้าขาดไขมัน ผนังเซลล์ของร่างกายเราก็จะอ่อนแอ เซลล์ที่ตายไปก็ไม่สามารถสร้างขึ้นมาใหม่ได้

ความหมายของอาหาร

อาหาร
อาหาร หมายถึง สิ่งที่เรารับประทานเข้าไปแล้วทำให้เกิดประโยชน์ต่อร่างกายในด้านต่างๆ ไม่ทำให้เกิดโทษ เช่น เนื้อสัตว์ ข้าว แป้ง ผัก ผลไม้ นม ฯลฯ ยกเว้นยารักษาโรค
อาหารที่เรารับประทาน ได้แก่   เนื้อสัตว์  ข้าว แป้ง  ผัก  ผลไม้้  และไขมัน
  ความสำคัญของอาหาร
อาหารเป็นปัจจัยหนึ่งที่จำเป็นต่อชีวิต  ที่ช่วยทำให้ร่างกายเจริญเติบโต  แข็งแรง  สมบูรณ์  สามารถทำกิจกรรมต่าง ๆได้
 ประโยชน์ของอาหาร
 อาหารที่เรารับประทานเข้าไป  เมื่อร่างกายย่อยแล้วจะให้ประโยชน์ต่อร่างกายดังนี้
1. ช่วยให้ร่างกายเจริญเติบโต  ช่วยสร้างกล้ามเนื้อ  สมอง  กระดูก  ผิวหนัง  เป็นต้น
2. ให้พลังงานและความอบอุ่นต่อร่างกายในการทำกิจกรรมต่าง ๆ  เช่น  การเดิน  การเล่นกีฬาการทำงานบ้าน  การใช้ความคิด
3. ช่วยซ่อมแซมส่วนต่าง ๆ ของร่างกายที่สึกหรอ
4. สร้างภูมิคุ้มกันให้แก่ร่างกายในการต้านทานโรคต่างๆ ทำให้คนเราไม่เจ็บป่วยง่ายๆ  ช่วยทำให้การทำงานของอวัยวะภายในร่างกายทำงานเป็นปกติ

หมอ

หมอ

     นายแพทย์สมหมาย ทองประเสริฐ เรียนจบจากคณะเภสัชศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย และเรียนต่อแพทย์ ที่ศิริราช โดยทำงานในร้านขายยาส่งเสียตัวเองเรียนจนจบในปี พ.ศ.2494 

     นายแพทย์สมหมาย  ทองประเสริฐ   เกิดเมื่อวันที่  27 ธันวาคม   2464  เป็นชาวสิงห์บุรี จบการศึกษา เภสัชศาสตร์  จากจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย   และคณะแพทย์ศาสตร์  ศิริราชพยาบาล  อดีตผู้อำนวยการโรงพยาบาลสิงห์บุรี  และสาธารณะสุขจังหวัดสิงห์บุรี  เริ่มสนใจการใช้สนสมุนไพรรักษาโรคมะเร็งมาตั้งแต่  พ.ศ.2508  จนปี พ.ศ.2512  ได้พบคนไข้เป็นมะเร็งระยะสุดท้ายที่หมอให้กลับบ้านเพื่อรอเวลามาพบคุณหมอจนหมอสมหมายใช้สมุนไพรรักษาหายรักษาหาย จากนั้นหมอสมหมายจึงใช้สมุนไพรรักษาคนไข้เรื่อยมา จนปี พ.ศ.2521 หมอสมหมายได้ลาออกจากราชการมาเปิดคลีนิครักษาอย่างจริงจังจนได้รับฉายาว่า “หมอเทวดา “ เสียชีวิตแล้วด้วยอาการไตวายเฉียบพลัน 

นายแพทย์ ไกรลาศ ทวีปกุล